แมงสาบ ยี้ๆๆ

posted on 25 Jul 2009 19:05 by natapi

เจอแมลงสาบ 1 ตัว แสดงว่ามีอีก 100 ตัวซ่อนอยู่!!!  จริงหรือ??

   
1 กระเปาะของแมลงสาบ มีตัวอ่อน 16-24 ตัว หรือมากสุดก็ 30 ตัวซ่อนอยู่ 
แมลงสาบหนึ่งตัวจะมีประมาณ 4-5 กระเปาะ 

แล้วมันมหัศจรรย์มาก มีคนบอกว่า เวลาที่คุณคิดว่าคุณเหยียบแมลงสาบแบนติดรองเท้าก็ไม่ได้หมายความว่ามันตาย 
เพราะว่ามันแกล้ง  มันฉลาดพอๆกับสุนัขนั่นแหละ 
 
และถึงแม้ว่ากระเพาะมันจะแตก ดังแป๊บบบบบบ ก็ยังไม่ตาย เพราะอวัยวะในร่างกายมันสามารถซ่อมแซมตัวเองได้! 
มันจะมีกระเพาะใหม่  มันมีอายุไขราวๆ 300 วัน
แต่ถ้าโดนฆ่าตายก็ได้ 
แต่ว่าต้องฆ่าหลายๆขั้นหน่วยเพื่อความชัวร์
 
อย่างที่เราเคยได้ยินว่า ถึงแม้มันหัวขาดก็ยังอยู่ต่อได้อีกหลายวัน 
แต่ว่าที่จริงถ้าเอาส่วนหัวของมันมาใส่ตู้เย็น  แล้วป้อนอาหารดีๆ  มันก็อยู่ได้เหมือนกัน(แค่หัวนะ)
และระวังดีๆ อีกอย่างที่มันชอบทำ คือ
"การแทะนิ้วหัวแม่เท้าคนอะ" 

อ้อ.. มันจะโผล่มาแค่ตอนกลางคืน แต่ถ้าครั้งไหนที่คุณเจอมันตอนกลางวัน แปลว่า มันเยอะมากจากทะลักเล็ดลอดออกมา
ได้
ที่จริงมันก็ไม่อยากยุ่งกับคนหรอกนะ 


มันรู้ว่าคนอยู่ที่ไหนเพราะมันได้ยินเสียงลมหายใจของคน (มันหูดีมาก ดังนั้นจะหลบเลี่ยงคน)
 

ถ้ามันออกมาตอนกลางคืน ก็เพราะมันมองไม่เห็น

ถ้าออกมาตอนกลางวันก็แปลกอยู่ แต่เค้าบอกว่ามันเป็นสัตว์ที่อยากรู้อยากเห็น ชอบย่องออกมาดูโน่นดูนี่อยู่เรื่อย


มีคนทำวิจัยว่า มันสมองมันจะไม่แล่นตอนเช้า  ขี้เซาเหมือนคนเลย 
แต่จะระริกระรี้ช่วงหัวค่ำจนถึงดึกดื่น

แมลงสาบดั้งเดิมอาศัยในป่าชื้นๆ อยู่ตามซากไม้ เหมือนปลวก มด
แต่ที่มันแพร่กระจายทั่วโลกได้ก็เพราะว่า  บังเอิญไข่มันตามซากไม้ไปอยู่บนเรือบรรทุกสินค้า
 แล้วเรือบรรทุกก็ส่งสินค้าจนมันกระจายมาตามบ้านเรานั่นแหละ

ที่เห็นในบ้านเรามาจากแอฟริกาหรื
อเมริกาใต้ไม่รู้

รู้แค่ตัวที่เจอบ่อยเป็นสายพันธุ์อเมริกัน แล้วก็สายพันธุ์เยอรมัน
 
มันไม่ชอบอากาศหนาว

ตอนมันนอนนิ่ง คือ มันแค่สลบ


มีเรื่องที่เด็ดกว่าคือศัตรูของแมลงสาบน่ะ โหดกว่ามันมาก
 
เป็นตัวต่อ สายพันธุ์อะไรไม่รู้ไม่มีในไทย

มันใช้วิธีเกาะที่หลังแมลงสาบแล้วเอาปากแหลมๆ ของมันเจาะเข้าไปในสมองของแมลงสาบเพื่อเปลี่ยนระบบประสาทบางอย่าง ทำให้แมลงสาบไม่มีสติ ไม่ตาย ไม่เป็น ไม่อัมพาต

เหมือนซอมบี้ ทำนองนั้น

แล้วก็ปล่อยสารอะไรสักอย่าง หลอกให้แมลงสาบเดินตามมันมาที่รัง
 เพราะว่ามันตัวเล็กกว่าแมลงสาบเลยเอามันมาตอนปกติไม่ได้ ต้องจิ้มหัวมันก่อน
พอมาถึงรังแล้ว มันจะเข้าไปวางไข่ในกระเพาะแมลงสาบเพื่อให้ลูกๆ ของมันกินกระเพาะแมลงสาบเป็นอาหาร ก่อนที่จะฟักออกมา

พอโตเต็มที่ลูกๆ ตัวต่อก็จะฉีกร่างแมลงสาบออกแล้วโบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

เป็นไงบ้าง อ่านแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างเอ่ย??

ขยะแขยงมากกกกก

ข้อมูลจากฟอร์เวิร์ดเมลล์

edit @ 25 Jul 2009 21:49:06 by Natty|

edit @ 25 Jul 2009 21:55:51 by Natty|

edit @ 25 Jul 2009 23:03:56 by Natty|

          รู้หรือไม่ว่าภาษาไทยที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ก็มีวันที่ระลึกถึงภาษาไทยของเราด้วยเหมือนกัน โดยในวันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี ประเทศไทยได้กำหนดให้เป็น "วันภาษาไทยแห่งชาติ"

ความเป็นมาของวันภาษาไทยแห่งชาติ

          สืบเนื่องจากคณะกรรมการรณรงค์เพื่อภาษาไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย และมีความห่วงใยในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อภาษาไทย รวมถึงเพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกให้คนไทยทั้งชาติได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย ตลอดจนร่วมมือกันทำนุบำรุง ส่งเสริม และอนุรักษ์ภาษาไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป จึงได้เสนอขอให้รัฐบาลประกาศให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ เช่นเดียวกับวันสำคัญอื่นๆ ที่รัฐบาลได้จัดให้มีมาก่อนแล้ว เช่น วันวิทยาศาสตร์,วันสื่อสารแห่งชาติ เป็นต้น และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 เห็นชอบให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ 

เหตุผลที่เลือกวันที่ 29 กรกฎาคม เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ

          สำหรับเหตุผลที่เลือกวันที่ 29 กรกฎาคม เป็นวันภาษาไทยแห่งชาตินั้นเพราะวันดังกล่าว ตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธาน และทรงร่วมอภิปรายในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้องประชุมคณะอักษรศาสตร์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ทรงเปิดอภิปรายในหัวข้อ "ปัญหาการใช้คำไทย" โดยพระองค์ทรงดำเนินการอภิปรายและทรงสรุปการอภิปราย ที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถและความสนพระราชหฤทัยรวมถึงความห่วงใยในภาษาไทย ซึ่งเป็นที่ประทับใจกับผู้ร่วมเข้าประชุมในครั้งนั้นเป็นอย่างยิ่ง

          สำหรับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนั้น มีใจความตอนหนึ่งว่า "เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษาก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่าวิธีใช้คำมาประกอบประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สามคือความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้... สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆ ก็ควรจะมี ควรจะใช้คำเก่าๆ ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก..."

          นับเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของวงการภาษาไทย ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ซึ่งในโอกาสต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงแสดงความสนพระราชหฤทัยและความห่วงใยในภาษาไทยอีกหลายโอกาส อย่างในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 ที่ได้ทรงมีพระบรมราโชวาทตอนหนึ่งว่า "ในปัจจุบันนี้ปรากฏว่า ได้มีการใช้คำออกจะฟุ่มเฟือย และไม่ตรงกับความหมายอันแท้จริงอยู่เนืองๆ ทั้งออกเสียงก็ไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี ถ้าปล่อยให้เป็นไปดังนี้ ภาษาของเราก็มีแต่จะทรุดโทรม ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เองเป็นสิ่งอันประเสริฐอยู่แล้ว เป็นมรดกอันมีค่าตกทอดมาถึงเราทุกคนจึงมีหน้าที่จะต้องรักษาไว้ ฉะนั้นจึงขอให้บรรดานิสิตและบัณฑิต ตลอดจนครูบาอาจารย์ได้ช่วยกันรักษาและส่งเสริมภาษาไทย ซึ่งเป็นอุปกรณ์และหลักประกันเพื่อความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ"

          นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังมีพระปรีชาญาณและพระอัจฉริยะภาพในการใช้ภาษาไทย ทรงรอบรู้ปราดเปรื่องถึงรากศัพท์ของคำไทย คือ ภาษาบาลีและสันสกฤต ทรงพระอุตสาหะวิริยะแปลและเรียบเรียงวรรณกรรมภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยที่สมบูรณ์ด้วยลักษณะวรรณศิลป์ มีเนื้อหาสาระที่มีคุณค่า เป็นคติในการเสียสละเพื่อส่วนรวม และเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนในการใช้ภาษาไทย ดังจะเห็นได้จากพระราชนิพนธ์แปลเรื่องนายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ ติโต พระราชนิพนธ์แปลบทความเรื่องสั้นๆ หลายบท และพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก เป็นต้น

วัตถุประสงค์ในการจัดวันภาษาไทยแห่งชาติ มีดังต่อไปนี้

           1. เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็นนักปราชญ์และนักภาษาไทย รวมทั้งเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ได้ทรงแสดงความห่วงใย และพระราชทานแนวคิดต่างๆ เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย

           2. เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542

           3. เพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกของคนไทยทั้งชาติ ให้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของภาษาไทย ตลอดจนร่วมมือร่วมใจกันทำนุบำรุงส่งเสริม และอนุรักษ์ภาษาไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และเป็นสมบัติวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ ให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป

           4. เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการใช้ภาษาไทย ทั้งในวงวิชาการและวิชาชีพ รวมทั้งเพื่อยกมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาไทยในสถานศึกษาทุกระดับ ให้มีสัมฤทธิผลยิ่งขึ้น

           5. เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐฯ และเอกชนทั่วประเทศ มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อเผยแพร่ความรู้ภาษาไทยในรูปแบบต่างๆ ไปสู่สาธารณชน ทั้งในฐานะที่เป็นภาษาประจำชาติ และในฐานะที่เป็นภาษาเพื่อการสื่อสารของทุกคนในชาติ

ประโยชน์ที่คาดว่าได้รับจากการมีวันภาษาไทยแห่งชาติ

           1. วันภาษาไทยแห่งชาติ จะทำให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐฯ และเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ และทบวงมหาวิทยาลัย ตระหนักในความสำคัญของภาษาไทย และร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเตือน เผยแพร่ และเน้นย้ำให้ประชาชนเห็นความสำคัญของ "ภาษาประจำชาติ" ของคนไทยทุกคน และร่วมมือกันอนุรักษ์การใช้ภาษาไทยให้มีความถูกต้องงดงามอยู่เสมอ

           2. บุคคลในวงวิชาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาไทย โดยเฉพาะในวงการศึกษา และวงการสื่อสาร ช่วยกันกวดขันดูแลให้การใช้ภาษาไทยเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม มิให้ผันแปรเปลี่ยนแปลง จนเกิดความเสียหายแก่คุณลักษณะของภาษาไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ

           3. ผลสืบเนื่องในระยะยาว คาดว่าปวงชนชาวไทยทั่วประเทศจะตื่นตัวและสนใจที่จะร่วมกันฟื้นฟู ทำนุบำรุง ส่งเสริมและอนุรักษ์ภาษาไทย อันเป็นเอกลักษณ์และสมบัติวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติให้ดำรงคงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป

กิจกรรมในวันภาษาไทยแห่งชาติ

          กิจกรรมในวันนี้ ก็จะมีทั้งของสถาบันการศึกษา,หน่วยงานภาครัฐฯ และเอกชน ที่จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดนิทรรศการ,การอภิปรายทางวิชาการ,การประกวดแต่งคำประพันธ์ ร้อยแก้ว ร้อยกรอง การขับเสภา การเล่านิทาน เป็นต้น

          ภาษาไทยถือเป็นภาษาแห่งชาติ และเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่เราคนไทยควรภาคภูมิใจ เพราะบางประเทศไม่มีแม้กระทั่งภาษาที่เป็นของตัวเอง ดังนั้นเราควรอนุรักษ์ภาษาไทยให้คงอยู่ และสืบทอดต่อไปให้ลูกหลานได้ศึกษา หากเราคนไทยไม่ช่วยกันรักษาไว้ สักวันหนึ่งอาจจะไม่มีภาษาไทยให้ลูกหลานใช้ก็เป็นได้

ข้อมูลจาก www.tungsong.com

First story

posted on 24 Jul 2009 15:11 by natapi

   Hi everyone!

2day I just open this blog.

555555

good bye. haha.